Sub-file 06 - ห้องกำเนิดสยามประเทศ

นิทรรศการ ชุด เรียงความประเทศไทย : ห้องกำเนิดสยามประเทศ นิทรรศการ ชุด เรียงความประเทศไทย : ห้องกำเนิดสยามประเทศ

Identity area

Reference code

TH NDMI EXH-PER-01-03-06

Title

ห้องกำเนิดสยามประเทศ

Date(s)

  • 11042017 (Creation)

Level of description

Sub-file

Extent and medium

Context area

Repository

Archival history

Immediate source of acquisition or transfer

Content and structure area

Scope and content

กรุงศรีอยุธยา ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีรากฐานจากบ้านเมืองขนาดใหญ่ในอดีต และไม่ได้เกิดขึ้นจากความเสื่อมสลายไปของรัฐสุโขทัย แต่หลักฐานทางโบราณคดีชี้ชัดว่า บริเวณนี้มีความรุ่งเรืองก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะทรงสถาปนา “ขึ้นใหม่” ในปีพุทธศักราช ๑๘๙๓
นานาแว่นแคว้น
ก่อนกำเนิดสยามประเทศ

ชุมชนในสุวรรณภูมิค่อยๆ เติบโตขึ้นจากบ้านสู่เมือง จากเมืองเป็นนครรัฐใหญ่น้อยกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งบริเวณชายฝั่งทะเล และที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่

แต่หลังพุทธศักราช ๑๕๐๐ เป็นต้นมา จีนสามารถเดินเรือออกสู่ทะเลใหญ่ ทำการค้าขายโดยตรงกับดินแดนไกลโพ้น ส่งผลให้บางนครรัฐในสุวรรณภูมิที่เคยมั่งคั่งรุ่งเรืองมาแต่เดิม ถึงคราวล้าหลังเสื่อมโทรมลงเนื่องจากทำเลอยู่ห่างไกลทะเล ส่วนเมืองท่าที่มีโอกาสติดต่อค้าขายกับจีน ก็เติบโตขึ้นแทนที่
จากละโว้ – สุพรรณภูมิ
สู่ กรุงศรีอยุธยา

ราวพุทธศักราช ๑๗๐๐ เกิดศูนย์อำนาจที่รวมตัวกันขึ้นด้วยเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มละโว้ ในลุ่มน้ำลพบุรี – ป่าสัก ซึ่งภายหลังได้ย้ายศูนย์กลางมาอยู่ที่ “อโยธยาศรีรามเทพนคร” มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยาปัจจุบัน และกลุ่มสุพรรณภูมิ มีชื่อ ปรากฏในเอกสารจีนว่า “เสียม” หมายถึง “สยาม” มีอำนาจอยู่ในลุ่มน้ำท่าจีน – แม่กลอง
ต่อมากลุ่มละโว้ ได้สร้างความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับกลุ่มสุพรรณภูมิ จึงได้รวมตัวกันและพัฒนามาเป็น “กรุงศรีอยุธยา” โดยย้ายศูนย์กลางการปกครองมาที่บริเวณเกาะเมืองอยุธยาปัจจุบัน ศูนย์อำนาจแห่งนี้มีบทบาทในการรวบรวมรัฐใหญ่น้อยทั่วดินแดน “ขวานทอง” ในเวลาต่อมา
ในยุคเดียวกันยังมีรัฐขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีกทั่วแผ่นดินสุวรรณภูมิ เช่น รัฐสุโขทัย ล้านนา ล้านช้าง ศรีโคตรบูร นครศรีธรรมราช ปัตตานี
จากกรุงศรีอยุธยา
สู่ สยามประเทศ

ปฐมกาลแห่งอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เกิดจากการผนึกกำลังของกลุ่มละโว้–อโยธยากับกลุ่มสุพรรณภูมิ ผ่านการอภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือพระเจ้าอู่ทอง แห่งละโว้-อโยธยา กับพระราชธิดาแห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ
เมื่อพระเจ้าอู่ทอง เสด็จสวรรคต สมเด็จพระราเมศวร พระราชโอรส เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ แต่ถูกพระปิตุลาฝ่ายพระราชมารดา คือ สมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ ๑ หรือขุนหลวงพะงั่ว แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ ชิงพระราชบัลลังก์ สมเด็จพระราเมศวรต้องเสด็จกลับไปอยู่เมืองลพบุรี กรุงศรีอยุธยาจึงตกอยู่ในอำนาจของราชวงศ์สุพรรณภูมิ

ต่อมาขุนหลวงพะงั่ว เสด็จสวรรคต เจ้าทองลั่นราชโอรสเสด็จขึ้นสืบราชสมบัติได้เพียง ๗ วัน สมเด็จพระราเมศวรก็กรีฑาทัพลงมาจากเมืองลพบุรีเข้ายึดอำนาจ นำอยุธยากลับคืนสู่ราชวงศ์อู่ทองอีกครั้ง
ฝ่ายสุพรรณภูมิ เมื่อเสียราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยาไป ก็ซุ่มเงียบรอโอกาสเหมาะอยู่ในที่มั่นเมืองสุพรรณ ในเวลาเดียวกันก็ไม่ละทิ้งโอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งและมั่นคง ด้วยการติดต่อค้าขายสร้างความสัมพันธ์กับราชสำนักจีน และความสัมพันธ์ทางการเมืองกับรัฐสุโขทัย
ในที่สุดสมเด็จพระนครอินทร์แห่งสุพรรณภูมิ ก็ชิงราชสมบัติจากราชวงศ์อู่ทอง นำกรุงศรีอยุธยากลับสู่ราชวงศ์สุพรรณภูมิอีกครั้ง
ภายใต้การนำอันเข้มแข็งของสมเด็จพระนครอินทร์ ไม่นานกลุ่มสุพรรณภูมิมีอำนาจเหนือ อโยธยาศรีรามเทพนคร สุโขทัย นครศรีธรรมราช และรวมตัวเป็น “ราชอาณาจักร” หนึ่งเดียว โดยมี กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา เป็นราชธานี ปกครองดินแดนเหนือใต้ที่เรียกว่า สยามประเทศ
ตำนานท้าวอู่ทอง
ปริศนาเร้นลับของปฐมกษัตริย์กับตำนานชาติพันธุ์สุวรรณภูมิ

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือ พระเจ้าอู่ทอง ผู้ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาในปีพุทธศักราช ๑๘๙๓ แต่พระราชประวัติก่อนหน้านี้ว่าพระองค์ “เป็นใคร? มาจากไหน?” ยังคงเป็นปริศนา
บางตำนานเล่าว่าพระองค์ทรงเป็นชาวจีน บ้างว่าทรงเป็นมอญ เป็นเขมร และก่อนที่จะทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยานั้นบางตำนานกล่าวว่าทรงเสด็จลี้ภัยมาจากเมืองจีน บ้างก็ว่ามาจากเมืองอู่ทองในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งตำนานที่กล่าวถึงการเสด็จมาจากเมืองเชียงแสน ลพบุรี และเพชรบุรี
เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริงใน “ตำนานท้าวอู่ทอง” แต่ถ้าพิจารณาความนัย ก็จะเห็นภาพสะท้อนของสังคมบ้านเมืองในยุคนั้น ทั้งแนวความคิดเรื่องการก่อร่างสร้างเมืองแต่ครั้งโบราณ การอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชน การผสมผสานทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม และภาพการติดต่อสัมพันธ์กันเมืองต่างๆ ในภูมิภาค

Accruals

System of arrangement

Conditions of access and use area

Conditions governing access

Conditions governing reproduction

Language of material

Script of material

Language and script notes

Finding aids

Generated finding aid

Allied materials area

Existence and location of originals

Existence and location of copies

Related units of description

Related descriptions

Notes area

Alternative identifier(s)

Access points

Subject access points

Place access points

Name access points

Genre access points

Institution identifier

Accession area

Related subjects

Related people and organizations

Related genres

Related places